Archive for มีนาคม, 2019

ในยุคโบราณนั้นเวลามีบ้านเราจะเห็นได้จากตามหนังหรือละครว่าบ้านจะมุงด้วยหลังคาใบจาก ภูมิปัญญาของคนในสมัยก่อนนั้นถือได้ว่าฉลาดมากเลยทีเดียวเพราะสังเกตุว่ายังมีบ้านหรือกะท่อมตามต่างจังหวัดที่ยังคงใช้หลังคาใบจากจนถึงสมัยนี้ หลังคาใบจากนั้นมีข้อดีคือช่วยกันแดดกันฝนนอกจากนั้นยังช่วยระบายความร้อนได้เป็นอย่างดีอีกด้วยแต่มีข้อเสียคือไวต่อเปลวไฟมากจึงไม่เหมาะที่จะนำมามุงหลังคาตามบ้านเรือนในยุคปัจจุบัน

ปัจจุบันการต่อเติมหลังคาด้วยวัสดุต่างๆถูกพัฒนามากขึ้น ที่ผู้คนนิยมใช้กันเป็นอย่างมากเลยคือหลังคากันสาดไวนิล คุณสมบัติของตัวไวนิลนั้นมีหลายข้อเลยทีเดียว เราสามารถที่จะเลือกสีสันต์ได้ตามต้องการเพื่อให้เหมาะสมกับบริเวณบ้านของเรา ตัวสีที่ไวนิลผลิตมานั้นมีคุณสมบัติพิเศษคือไม่ลอกและซีดจางง่ายๆเหมือนกันหลังคากระเบื้องที่ในยุคก่อนๆใช้และมีน้ำหนักที่เบามากสามารถติดตั้งได้อย่างง่ายดาย บริเวณที่นิยมใช้หลังคากันสาดไวนิลติดตั้งกันคือบริเวณครัว เพราะสมัยนี้เวลาเราซื้อบ้านสิ่งที่เรามองเพิ่มเติมหลังจากเราซื้อบ้านมานั้นคือการต่อเติมในส่วนของห้องครัว บางคนใช้เป็นครัวปิดเพราะต้องการให้แลดูเป็นพื้นที่ส่วนตัวแต่ในขณะที่ครัวปิดนั้นก็มีข้อเสียคือในเวลาที่ต่อเติมไม่ดีหรือลงเสาเข็มไม่ลึกนั้นเวลาครัวเกิดการทรุดตัวแล้วจะเกิดความเสียหายต่ออุปกรเครื่องใช้ภายในครัวและที่สำคัญในเวลาที่ฝนตกนั้นน้ำฝนจะไหลรินลงมาที่บริเวณครัวได้อย่างง่ายดาย ทำให้คนหันมาใช้หลังคากันสาดไวนิลในการต่อเติมครัวแบบเปิด ข้อดีคือทำให้บรรยากาศภายนอกสามารถระบายได้ดีนอกจากนั้นยังสามารถติดตั้งร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆได้อย่างเช่นรางน้ำฝน ในเวลาที่ฝนตกลงมาไม่ต้องกังวลว่าหลังคากันสาดไวนิลจะเกิดน้ำรั่วและระบายน้ำไม่ได้ดีเหมือนกับหลังคากระเบื้องเพราะรางน้ำฝนที่ถูกติดตั้งร่วมกับตัวหลังคาสามารถระบายน้ำได้เป็นอย่างดีโดยไม่ทำให้ตัวหลังคากักเก็บน้ำหนักไว้อีกด้วยนอกจากนี้หลังคากันสาดไวนิลยังสามารถติดตั้งได้ในหลายๆพื้นที่ไม่ได้มีแต่เพียงบริเวณครัวเท่านั้นแม้แต่ โรงรถ ประตู หน้าต่าง หรือส่วนต่างๆบริเวณรอบบ้านก็สามารถเลือกแบบเค้าโครงที่เหมาะสมกับบริเวณที่ติดตั้งได้โดยไม่ทำให้เสียทัศนียภาพแต่อย่างใด สำหรับผู้ที่ต้องการติดตั้งหลังคากันสาดไวนิลสามารถแจ้งกับทางร้านขายให้มาดูหน้างานก่อนติดตั้งได้ เพื่อที่จะทราบเนื้อที่ในการติดตั้งและตกลงกันในเรื่องขอราคาค่าติดตั้งได้

พื้นไม้เอ็นจิเนียร์คือพื้นไม้จริง ที่เกิดการจากปลูกป่าจริงๆ แล้วนำมาแปรรูปโดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ลายไม้จะมีความชัดเจนและแข็งแรงคงทนมากกว่าไม้ลามิเนตทั่วไป ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ไม้ลามิเนต และไม้บางชนิด เมื่อมีการโดนน้ำความชื้น สามารถหัก บิด งอ ผิดรูปได้ ไม้เอ็นจีเนียร์สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ทั้งหมด ไม้เอ็นจีเนียร์ถูกผลิตขึ้นมาใช้ทดแทนงานไม้จริง เนื่องจากปัญหา การ หัก บิดงอ แต่ไม้เอ็นจีเนียร์นั้นมีความคงทน ไม่ยืดหรือหดตัว ทำให้การติดตั้งงานเป็นเรื่องง่าย

ประเภทของไม้ที่นิยมนำไปทำเป็นไม้เอ็นจีเนียร์ได้แก่ ไม้สัก ไม้โอ๊ค ไม้ค่า ไม้บีช ไม้เมเปิ้ล ไม่วอลนัท เป็นต้น พื้นไม้เอ็นจิเนียร์จะมีลวดลายที่สวยงาม และเป็นธรรมชาติ เพราะดัดแปลงมาจากไม้จริง และยังมีความคงทน ถึงอย่างไรก็ตามปัญหาที่จะเกิดได้จากไม้เอ็นจีเนียร์ก็จะเป็นในเรื่องของปลวก เนื่องจากไม้เอ็นจีเนียร์เป็นไม้จริง ทำให้ปลวกอาจจะมาอยู่อาศัย และกัดกินเนื้อไม้ทำให้เกิดความเสียหายได้

ในส่วนของราคา พื้นไม้เอ็นจิเนียร์นั้นยังมีราคาที่ถูกกว่าพื้นไม้จริงประเภทอื่นๆ (ไม่รวมไม้ดัดแปลง และลามิเนต) แต่ความคงทน และแข็งแรงของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์นั้น ไม่ได้ด้อยไปกว่าไม้จริงแต่อย่างใด เนื่องจากพื้นไม้เอ็นจิเนียร์มีเปอร์เซนของการยืด และหดตัวต่ำมาก ทำให้เกิดการเสียหายยาก และดูแลรักษาง่ายกว่าพื้นไม้ทั่วไปเป็นอย่างมาก

สำหรับการติดตั้งงานพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ จำเป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจหน้างาน ก่อนว่าพื้นผิวที่จะนำไปติดตั้งนั้น มีความเรียบ ขนาดไหน และผู้เชียวชาญยังสามารถให้คำแนะนำได้อีกว่า ควรใช้งานไม้ประเภทไหนดีกว่ากัน ระหว่างไม้จริง ลามิเนต หรือพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์สามารถลดการใช้ไม้จริงได้ถึง 5 เท่า เนื่องการกระบวนการการผลิตไม้เอ็นจีเนียร์ จะใช้เฉพาะตัวผิวหน้าไม้เท่านั้น

ไม้เอ็นจีเนียร์ สามารถฟอกสี ขัด และดัดแปลงลวดลายได้ตามต้องการ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ควรจะติดตั้งภายใน ไม่แนะนำให้ติดตั้งภายนอก เพราะถึงจะมีความคงทนต่อความชื้นสูง แต่ก็ไม่สามารถทนต่อสภาพอากาศทุกประเภทได้ ทำให้การใช้งานพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ในควรเรือนจะมีความเหมาะสมกว่า ที่สำคัญคือความศึกษาให้เข้าใจ ว่าพื้นไม้ประเภทไหน เหมาะกับการใช้งานทางด้านใด จะดีที่สุดในเรื่องของการดูแลรักษานั้นไม่ยากมากนักเพียงแค่ใช้ไม้กวาดหรือเครื่องดูฝุ่นดูดเท่านั้นก็สามารถทำให้สะอาดได้แล้ว